คุณ วิลาวรรณ โสตถิเศรษฐ์ (หุย)
ประธานกรรมการผู้จัดการ
บริษัท ดับบลิวเอสเฟอร์นิเจอร์ แอนด์ ดีไซน์ จำกัด
คุณวิลาวรรณ หรือ คุณหุย ผู้บริหารบริษัท ดับบลิวเอสเฟอร์นิเจอร์ ที่ได้รับการขนานนามจากคู่ค้าหลายรายว่าเป็นหญิงแกร่ง สายลุยที่นำพา ดับบลิวเอสเฟอร์นิเจอร์ พัฒนาอย่างต่อเนื่องมามากกว่า 20 ปี ด้วยวิสัยทัศน์การทำงานที่ถูกหล่อหลอมมาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก
ทุกอดีตล้วนหล่อหลอมปัจจุบัน
คุณหุย เป็นลูกสาวของครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน ที่ประกอบอาชีพหลักเป็นเกษตรกร มีฐานะรายได้ในระดับปานกลาง ทำให้ต้องทำงานอย่างหนัก คุณหุยจึงเริ่มช่วยงานเกษตรกรรมของที่บ้าน ตั้งแต่อายุ 8 ปี ด้วยการนำผลผลิตที่สวนของครอบครัวไปขายที่โรงเรียน และตลาดในวันหยุด เพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัว จนถึงอายุ 15 ปี ได้ตัดสินใจที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของตนเอง จึงเริ่มออกจากบ้านมาทำงาน เพื่อหาเงินเป็นทุนการศึกษาและส่งกลับไปให้ครอบครัว ด้วยอาชีพเย็บผ้าโหลนานถึง 2 ปี เมื่อเติบโตขึ้น คุณหุยได้เข้าศึกษา ณ โรงเรียนดรุณพิทยาพณิชยการ ในสาขาวิชาการบัญชี ช่วงที่ศึกษาอยู่นั้น คุณหุยได้ยังคงทำงานหารายได้เสริมที่โรงงานน้ำแข็งในหน้าที่ทั้งส่งน้ำแข็ง แพคน้ำแข็งและช่วยงานอื่นๆที่นั้น ตลอดช่วงการศึกษา เมื่อศึกษาจบในระดับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง คุณหุย ได้ตัดสินใจยังไม่ศึกษาต่อ เนื่องจากต้องการที่จะแบ่งเบาภาระของครอบครัว และเสียสละให้พี่น้องคนอื่นได้มีโอกาสทางการศึกษาที่สูงขึ้น
เส้นทางการทำงาน
คุณหุย เริ่มต้นเส้นทางการทำงานในตำแหน่ง เลขานุการกรรมการผู้จัดการ ด้วยความที่เป็นคนขยันทำงาน ใฝ่เรียนรู้ และชอบช่วยเหลือผู้อื่นมาตั้งแต่เด็ก คุณหุยจึงมักทำหน้าที่ต่างๆ ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่ ช่วยเหลืองานอื่นๆ ที่ไม่ใช่งานหลัก เช่น งานขาย งานประสานงานซื้อ จึงทำให้เป็นที่รักและได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างมาก จากทั้งผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน จนได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็น ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อและคลังสินค้า แต่ด้วยความเป็นคนขยันทำงาน จึงทำอาชีพเสริมด้วยการขายของตามตลาดนัดในช่วงวันหยุด เพื่อเป็นการหารายได้เสริมเล็กๆน้อยๆ จากงานหลักของตนเอง
ต้นกำเนิดธุรกิจเฟอร์นิเจอร์
เมื่อทำงานมาได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง คุณหุยได้มีแนวคิดว่าหากตนเองยังเป็นพนักงานเงินเดือนอยู่คงยังไม่มีโอกาสพัฒนา จึงเลือกเส้นทางใหม่โดยการพัฒนาตนเองออกมาทำธุรกิจ และเริ่มจากสิ่งที่ถนัดและมีประสบการณ์มามากกว่า 10 ปี นั่นคือการดำเนินธุรกิจเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ประเภท ซื้อมาขายไป ในนาม “ดับบลิวเอสซัพพลาย” ในช่วงแรก คุณหุย เริ่มต้นธุรกิจจากการเช่าตึกพานิชย์ 1 คูหา ที่จังหวัดปทุมธานี
ทำธุรกิจซื้อมาขายไปประเภทเฟอร์นิเจอร์สำนักงานในนาม "ดับบลิวเอสซัพพลาย"
คุณหุยได้ขยายธุรกิจจากเช่าตึกพานิชย์หนึ่งห้อง เป็นสองห้อง เปลี่ยนผ่านจากธุรกิจซื้อมาขายไปเพียงอย่างเดียว สู่การเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้า โดยเริ่มกระบวนการผลิตสินค้า ประเภทเก้าอี้ เป็นสายการผลิตแรก
ก้าวแรกของดับบลิวเอสเฟอร์นิเจอร์
ด้วยประสบการณ์อันหลากหลายของคุณหุย ทั้งด้านเฟอร์นิเจอร์ งานขาย รวมถึงความจริงใจกับลูกค้า และการกล้าที่จะก้าวออกไปสู่การพัฒนา คุณหุยได้ จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 11 เมษายน 1997 ในนาม “บริษัท ดับบลิวเอสเฟอร์นิเจอร์ แอนด์ ดีไซน์ จำกัด" ในช่วงแรกนั้นดำเนินการผลิตสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เฉพาะสินค้าแบบ Catalog เท่านั้น ด้วยคุณภาพสินค้าและบริการของเจ้าของธุรกิจ ทำให้เกิดความไว้วางใจจากลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องขยายสายการผลิตอีกครั้ง โดยในการขยายสายการผลิตครั้งนี้นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของดับบลิวเอสเฟอร์นิเจอร์ เพราะคุณหุย เลือกที่จะสร้าง “โรงงานผลิตสินค้า” ขึ้น ในพื้นที่กว่า 7 ไร่ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้เริ่มสร้างโรงงานและเปิดโรงงานผลิตสินค้าอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2000 โดยมีสายการผลิต งานเก้าอี้ และงานไม้ปาร์ติเกิ้ลเป็นหลัก ทำให้ในส่วนที่เป็นงานเหล็ก งานพ่นสี งานชุบโลหะนั้น ต้องอาศัยการจ้างผู้รับเหมาภายนอกทำ ทำให้กิดปัญหาด้านการควบคุมคุณภาพชิ้นงาน
ต่อมาคุณหุยจึงตัดสินใจ ที่จะขยายส่วนการผลิตเพิ่มเติม ในด้านงานเหล็ก งานพ่นสี และงานชุบโลหะ เพื่อให้การควบคุมคุณภาพชิ้นงานเป็นไปได้ง่ายขึ้น และสินค้าที่ส่งถึงมือลูกค้าได้มาตรฐานของทางบริษัทฯ ด้วยลักษณะนิสัยที่ชอบทำงาน ไม่หยุดพัฒนาตนเอง มีความนอบน้อมเคารพผู้ใหญ่ ทำให้คุณหุยได้รับความไว้วางใจอย่างมาก ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของคุณหุยเป็นไปได้อย่างราบรื่น
การเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อธุรกิจส่วนตัวเป็นไปตามเส้นทางที่คาดหวังไว้ ในฐานะผู้บริหาร คุณหุยมีความตั้งใจที่จะศึกษาต่อ เนื่องจากเห็นความสำคัญของการมีความรู้ความสามารถที่หลากหลาย จึงได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี และระดับปริญญาโท โดยยังคงทำหน้าที่ผู้บริหาร ทั้งทางด้านการบัญชี ควบคุมการผลิต การตรวจสอบสินค้าด้วยตนเองตลอดช่วงระยะเวลาที่ศึกษาต่อ จนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เพราะไม่ย่อท้อต่อวิกฤตจึงได้รับโอกาส
ขณะที่ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างสวยงาม ในปี 2554 ได้เกิดวิกฤตขึ้น นั่นคือเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ดับบลิวเอสเฟอร์นิเจอร์ เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้สายการผลิตของ ดับบลิวเอสเฟอร์นิเจอร์ ได้รับความเสียหายทั้งหมด โดยที่ไม่สามารถป้องกันหรือขนย้ายได้ โรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้เป็นระยะเวลา 4 เดือน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 30 ล้านบาท แต่ด้วยความเป็นคนมุ่งมั่น ไม่ย้อท้อ จึกพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และ ได้รับโอกาสจากคู่ค้าในธุรกิจ ที่ไว้วางใจในการบริหารงานของคุณหุย บริษัท ดับบลิวเอสเฟอร์นิเจอร์ แอนด์ ดีไซน์ จำกัด จึงได้ก้าวสู่การขยายธุรกิจด้วยการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทฯ ในเครือ เพิ่มขึ้นอีก 1 บริษัท เพื่อดูแลครอบคลุมงานตกแต่งภายในสำหรับโครงการ และ งานก่อสร้างต่าง ๆ ซึ่งสามารถเติบโตได้อย่างดี ด้วยความต้องการของตลาดในช่วงที่ต้องฟื้นฟูอาคารสถานที่จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่ผ่านมา
เพราะไม่หยุดเติบโตจึงเติบโตไม่หยุด
คุณหุยได้บริหาร บริษัท ดับบลิวเอสเฟอร์นิเจอร์ แอนด์ ดีไซน์ จำกัด และบริษัทในเครือ ด้วยตัวเองตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้เป็นที่ประจักษ์ว่า คุณหุย มีความเชี่ยวชาญด้านเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน มีความรู้ ความสามารถในการแก้ไขปัญหาการผลิตให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี แต่ด้วยความคิดที่ว่า ‘เมื่อคลื่นลูกเก่าหายไป ย่อมมีคลื่นลูกใหม่มาแทนเสมอ’ การดำเนินงานปัจจุบันคุณหุยจึงได้มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดของดับบลิวเอสเฟอร์นิเจอร์ จากเดิมที่เน้นการผลิตสินค้าแบบ Catalog สู่การเป็นบริษัทผู้ลิตสินค้าแบบ Customised อย่างเต็มรูปแบบ โดยยังคงไว้ซึ่งคุณภาพการผลิต การันตีด้วยการควบคุมการผลิตเฟอร์นิเจอร์ด้วยตนเองทุกขั้นตอน
คติประจำใจที่ถ่ายทอดถึงพนักงาน
คุณหุย มักมีคำพูดที่สื่อสารกับพนักงานเสมอ คือ “ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด ความเก่งต้องเกิดจากการใส่ใจที่จะเรียนรู้และแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จที่คาดหวัง” ด้วยความเชื่อของคุณหุยที่ว่า คนเราสามารถประสบความสำเร็จได้ ถ้ามีความใส่ใจในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรียนรู้วิธีการทำงานที่เหมาะสมกับตนเอง รวมถึงการเรียนรู้จากความผิดพลาด นั่นคือ เมื่อผิดพลาดแล้ว ก็นำข้อผิดพลาดนั้นมาเป็นข้อควรระวัง เป็นแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปรับปรุง และมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง